5 ประโยชน์ดีๆที่คุณจะได้รับจากการ ดูหนังออนไลน์

การ ดูหนังออนไลน์ นั้นนับว่าเป็นกิจกรรมยอดนิยมของพวกเราในทศวรรษนี้เลยก็ว่าได้ ด้วยความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีแล้วก็อินเทอร์เน็ตที่เร็วแรงในตอนนี้ ทำให้พวกเราสามารถดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ตอยู่ที่บ้านได้แบบลื่นสุดไม่สะดุดทุกการรับดู และก็การดูหนังนอกเหนือจากการที่จะทำให้พวกเราได้รับความสนุกเพลินใจแล้ว ยังเป็นประโยชน์มากมายว่าที่พวกเราคิด เนื่องจากหนังนั้นสร้างจากจินตนาการ ประสบการณ์ แล้วก็อ่อนจริงที่บางทีอาจเคยเกิดขึ้น รวมทั้งถ่ายทอดผ่านแผ่นฟิล์มถ่ายรูปเพื่อที่จะได้ให้พวกเราได้รับทราบถึงเรื่องราวนั้นๆพวกเรามาดูกันเลยดีกว่า ว่าการดูหนังนั้น มีคุณประโยชน์ทางด้านไหนบ้าง

1. เป็นกิจกรรมที่เยี่ยมที่สุดของเพื่อนพ้องแล้วก็คู่ควง
การดูหนังออนไลน์ร่วมกันนับว่าเป็นกิจกรรมเล็กๆเป็นที่ชื่นชอบมากมายๆในกลุ่มคู่สมรสรวมทั้งเพื่อนพ้องในด้านของการได้ใช้เวลาด้วยกัน ด้วยเหตุว่าการดูหนังจะสามารถสร้างขณะที่เพื่อนพ้องรวมทั้งคู่สมรสได้บรรเทาและก็อยู่ร่วมกัน ได้สนทนากัน รวมทั้งเป็นการกระชับความเชื่อมโยงระหว่างกันให้ดีขึ้นได้

2. ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆและก็แง่คิดดีๆ
การดูหนังถือได้ว่าเป็นการศึกษาอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งพวกเราสามารถศึกษาการใช้ภาษา วัฒนธรรม แล้วก็ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆผ่านการดูหนัง หนังบางหัวข้อนั้นผลิตจากข้อเท็จจริง ประสบการณ์จริงที่เคยเกิดมาแล้ว ก็เลยทำให้พวกเราสามารถทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ผ่านการดูหนังได้อีกด้วย

3. สร้างแรงดลใจได้ไม่รู้จักจบสิ้น
หนังหลายๆเรื่องสร้างขึ้นมาเพื่อสามารถสร้างแรงจูงใจให้กับผู้ชม แล้วก็มีหลายๆเรื่องที่แทรกสอดสาระ รวมทั้งแง่คิดดีๆซึ่งการดูหนังสามารถสร้างแรงดลใจให้กับผู้ชมได้ ไม่ว่าจะเกิดเรื่องการใช้ชีวิต การเดินทางท่องเที่ยว เรื่องความรัก และก็ฯลฯที่พวกเราไม่สามารถที่จะหาจากที่ไหนได้

4. เป็นกิจกรรมฆ่าเวลาที่ประดิษฐ์
ผู้ใดกันที่อยู่บ้านเบื่อๆต้องการฆ่าเวลา ชอบหาหนังออนไลน์มาดูทั้งหมด การดูหนังนับว่าเป็นกิจกรรมฆ่าเวลาที่ประดิษฐ์ที่คุณสามารถศึกษาเรื่องราวต่างๆได้ในขณะเดียวกัน การดูหนังไไม่ใช่เรื่องไม่เป็นเรื่อง ถ้าเกิดคุณจัดสรรเวลาได้อย่างดีเยี่ยม รวมทั้งการดูหนังจะเป็นกิจกรรมสุดโปรดที่มีประโยชน์และก็เหมาะสมกับการเรียนมากมายๆถ้าคุณใช้เวลาไปกับการดูหนังที่ประดิษฐ์

5. สร้างความสนุก ลดความเครียด
แน่ๆว่าประโยช์จากการดูหนังนั้นเป็นการได้รับความเบิกบานใจ ความสนุก และก็การดูหนังนั้นยังช่วยลดแล้วก็ผ่อนคลายเพื่อลดการเกิดความเคร่งเคลียดได้อย่างดีเยี่ยม แวดวงภาพยนตร์ มีหนังที่ช่วยทำให้คุณได้ความเครียดลดลงจำนวนมากให้เลือก ก็เลยไม่น่าฉงนใจว่าเพราะเหตุใดการดูหนังก็เลยเป็นกิจกรรมสุดโปรดของใครๆคนจำนวนไม่น้อย

จะมองเห็นได้ว่าการดูหนังนั้นมิได้มีโทษอะไร ถ้าเกิดคุณจัดสรรเวลาอย่างมีประโยชน์ และก็การดูหนังจะก่อให้คุณได้ศึกษา เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆเปิดประสบการณ์ใหม่ๆได้อย่างไม่หยุดหย่อนทราบสิ้นเลยล่ะ

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

ยุคของเกมเมอร์มาแล้ว แนะนำ 9 หนังน่าดูทุ่มทุนสร้างมาจากเกมส์

เล่นเกมส์อยู่บ้านเบื่อแล้ว ดูหนังออนไลน์ เปิดเว็บ ดูหนังออนไลน์ มาดูหนังที่สร้างจากเกมส์กันบ้าง ยุคของเกมเมอร์มาแล้ว วันนี้เรามาแนะนำกับ 9 หนังน่าดูที่สร้างมาจากเกมส์ ความบันเทิงอีกรูปแบบ นอกจากหนังไลฟ์แอ็คชั่นที่สร้างจากแอนิเมชั่นจะได้รับความนิยมในการพัฒนารูปแบบหนังในปัจจุบัน การสร้างเรื่องราวหนังจากเกมส์ก็ได้รับความสนใจจากคนดูไม่แพ้กันนะ เพราะไม่เพียงเจาะตลาดกลุ่มหนังที่มีอยู่เดิม ยังขยายฐานไปยังกลุ่มคนเล่นเกมส์อีกด้วย วันนี้เรามาส่องดูกันว่า มีหนังออนไลน์ที่สร้างจากเกมส์เรื่องไหนบ้างที่น่าดู ตามมาเลย

1.Tomb Raider (ลาร่าครอฟท์ ทูม เรเดอร์)
การกลับมารีบู๊ทใหม่ของหนังที่สร้างจากวิดีโอเกมส์ชื่อดัง ซึ่งในอดีตได้ไอคอนหลักอย่าง แอนเจลลิน่า โจลี่ มารับบทเป็นลาร่า ครอฟท์ หลังจากเฟ้นหานักแสดงมาอย่างต่อเนื่องว่าใครจะได้มารับนี้ ล่าสุดก็มีประกาศอย่างเป็นทางการว่า อลิเซีย วิเคนเดอร์ เจ้าของรางวัลออสการ์จาก The Danish Girl จะมารับบทนำบู๊ไปสุดขอบโลก

2. Rampage (แรมเพจ ใหญ่ชนยักษ์)
หนังเรื่องนี้สร้างจากเกมส์อาเคต ยุค 80 ชื่อดังใครเคยเล่นเกมส์นี้บ้าง เป็นเรื่องราวของมอนสเตอร์ที่จะมาถล่มเมือง โดยได้ แบรด เพย์ตัน จากภาพยนต์ภัยพิบัติเรื่อง San Andreas และนำแสดงโดย ดเวย์น จอห์นสัน รับบทเป็น Davis Okoye

3. Sonic The Hedgehog (โซนิค เดอะ เฮดจ์ฮ็อก)
ภาพยนตร์จากเกมส์ระดับตำนานของ Sega ที่จะออกมาเป็นภาพยนตร์ขนาดยาว โดยได้ ทิม มิลเลอร์ ผู้กำกับจากเดดพูลมาร่วมอำนวยการสร้าง และได้ เจฟฟ ฟาวเลอร์ มากำกับปรากฎการณ์ความมันส์ โดยตัวละครดังๆในเกมส์กลับมารวมตัวกันเพียบ

4. Minecraft: The Movie (เดอะเลโก้มูวี่)
ถ้าพูดถึงเกมส์ดังแห่งยุค 2017 Minecraft กลายเป็นหนึ่งในเกมฮิตที่เล่นกันทุกวัย เพราะความคิดสร้างสรรค์แบบไม่มีที่สิ้นสุดและการสร้างตัวละครรวมถึงพื้นที่ต่างๆทำให้มีโปรเจ็กต์สร้างเป็นหนัง โดยได้ ร็อบ แมคอเลเฮนนีย์ มานั่งแท่นผู้กำกับ

5.The Angry Birds Movie 2 (แอ็งกรี เบิร์ดส เดอะ มูวี่ 2)
จากความสำเร็จในเรื่องของความฮาความกวนของเจ้าแก๊งค์นกโกรธ Angry Birds ในภาคแรก เตรียมกลับมาสานต่อความป่วนบนเกาะนกที่เต็มไปด้วยสีสันชวนหัวเราะ การกลับมาครั้งนี้ได้จอน วิตตี้ ผู้เขียนบทให้กับ The Simpsons มาสร้างชีวิตให้เหล่านกสุดน่ารักเหล่านี้

6.Temple Run (เทมเพิลรัน)
เกมส์วิ่งล่าสมบัติชื่อดังในมือถือกำลังจะมาโลดแล่นบนจอโรงหนัง แน่นอนว่ามันต้องหนังแนวล่าขุมทรัพย์ผจญภัยไม่ต่างจากอินเดียนน่าโจนส์แน่นอน โดยได้สตูดิโอผู้สร้าง Warner Bros. Pictures และได้เดวิด เฮย์แมน มาร่วมอำนวยการสร้าง ซึ่งหนังเรื่องนี้จะยึดถือเกมส์มือถือเวอร์ชั่นปี 2011

7. Mortal Kombat (มอร์ทัล คอมแบท..นักสู้เหนือมนุษย์)
แม้ยังไม่มีความแน่ชัดเกี่ยวกับการกลับมาของหนังที่สร้างจากเกมส์เรื่องนี้ แต่มีกระแสข่าวแล้วว่าขณะนี้ได้ เจมส์ วาน มาเป็นผู้อำนวยการสร้าง ได้ เดฟ คลลาฮาม ผู้เขียนบทของ Doom และ Godzilla มานั่งแท่นเขียนบท

8. Assassin’s Creed 2 (แซสซินส์ครีด 2 )
หลังจากปี 2017 ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ได้ปูเรื่องราวความมันส์ไว้ให้แล้ว หนังเรื่องนี้ก็น่าจับตามองอีกครั้งว่าจะเป็นไปในทิศทางใด โดยเรื่องราวจะสานต่อจากภาคแรก การผจญภัยของ คอลลั่ม ลินช์ ผู้ที่ค้นพบว่าตัวเองนั้นคือทายาทของสมาคมลึกลับนามว่า The Assassins

9. Fruit Ninja (ฟรุ๊ตนินจา)
เกมส์ที่ขายดีที่สุดบน IOS และมียอดดาวน์โหลดมากกว่าพันล้านครั้ง ก้าวสู่หนังไลฟ์แอ็คชั่นของฮอลลีวู้ด โปรเจ็กต์นี้อยู่ในขั้นตอนของการวางแผนให้เป็นหนังตลกที่เน้นเรื่องราวของครอบครัวและมีสีสัน โดยแนวคิดเริ่มต้นง่ายๆของหนังเรื่องนี้จะเกี่ยวกับนินจาตัวน้อยที่ต้องฝึกฝนวิชาด้วยการฟาดฟันผลไม้ จากเกมส์น่าเล่น กลายมาเป็นหนังจะสนุกขนาดไหน ตามไปดูเลยคอเกมส์ทั้งหลาย

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

8 ข้อคิดเตือนใจดีๆจากหนัง 8 เรื่อง ที่จะสามารถช่วยเป็นแรงกระตุ้นให้ท่าน!

ดูหนังออนไลน์ อยู่บ้านกักบริเวณในระยะนี้ก็สามารถปรับปรุงตนเองได้นะ หลายท่านบางทีก็อาจจะมึนว่าดูหนังแล้วจะปรับปรุงตัวได้อย่างไร เคยทราบคำกล่าวนี้หรือไม่ “ดูหนัง มองละคร แล้วย้อนมาดูตนเอง” เคยรับรู้กันมาตั้งแต่เด็กเลยใช่ไหมล่ะ ก็จำเป็นต้องสารภาพว่า ในตอนนี้หนังชอบแทรกสอดคำคม ข้อคิดเตือนใจดีๆเอาไว้กระทั่งมีการสะสมคำคมพวกนั้นไว้มากมายก่ายกองหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นคำคมในเรื่องความรัก มิตรภาพระหว่างเพื่อนฝูง สร้างแรงจูงใจต่างๆไปจนกระทั่งแนวทางการทำธุรกิจ เพราะเหตุว่าภายใต้ความเพลิดเพลินสนุกสนานสนุกสนานนั้น ผู้ผลิตชอบซ่อนเร้นบทเรียนชีวิตเอาไว้จำนวนไม่ใช่น้อย ไม่แต่เพียงคำคมจากหนังจะช่วยสร้างความตรึงใจต่อตัวแสดง หน้าที่ รวมทั้งเรื่องราวในหนังเพียงแค่นั้น ยังสามารถช่วยปลุกความองอาจในตัวคุณให้ลุกขึ้นยืนมาเปลี่ยนปรับปรุงตนเองเจริญเทียบเท่าการอ่านหนังสือเชียวล่ะ วันนี้พวกเราได้เสนอ 8 ข้อคิดเตือนใจดีๆจากหนัง 8 เรื่อง มาช่วยเป็นแรงกระตุ้นในการพัฒนาตนเองของทุกคน คนใดกันแน่ถูกใจคำคมจากหนังเรื่องไหนก็หาหนังหัวข้อนั้นมาดูเพิ่มได้นะคะ

1. คำคมจากเรื่อง Bourne Ultimatum : ปิดเกมล่าจารชน คนอันตราย
“Hope for the best but plan for the worst.”
“เมื่อปฏิบัติงานก็ทำให้เยี่ยมที่สุด แต่ว่าก็จำต้องจัดเตรียมสำหรับเหตุการณ์ที่ชั่วร้ายที่สุด” ในชีวิตจริงก็เช่นเดียวกัน เมื่อพวกเราปฏิบัติงานก็ควรมุ่งหวังแล้วก็ทำออกมาให้ดีเยี่ยมที่สุด แต่ว่าก็อย่าลืมคิดแผนสำรองเผื่อกำเนิดอะไรบกพร่องขึ้นมาจะได้ตั้งรับถูก

2. คำคมจากเรื่อง Forrest Gump : ฟอร์เรสท์ กัมพ์ อัจฉริยะเซ่อ
“Life was like a box of chocolates. You never know what you’re gonna get.”
“ชีวิตก็เสมือนกล่องช็อกโกแลตหลากรส คุณเป็นไปไม่ได้ทราบเลยว่าคุณจะจับพบรสอะไร” คำคมที่เพียรพยายามใช้คำว่าช็อกโกแลต สื่อถึง “อนาคต” เพราะเหตุว่าพวกเราไม่รู้จักว่า ชีวิตของพวกเราในอนาคตจะคืออะไร จะเลือกถือหรือคว้าอะไรได้ เพียงแค่ทำวันนี้ให้เหมาะสมที่สุด ตั้งรับอนาคตไม่ว่าจะดีหรือร้าย

3. คำคมจากเรื่อง Slumdog Millionaire : สลัมด็อก ไม่ลเลียนแนร์ คำตอบในที่สุด…อยู่ที่ศีรษะดวงใจ
“Scar is the proof of a healed wound.” จากเรื่อง Slumdog Millionaire
“รอยแผลเป็นหลักฐานของรอยแผลที่ถูกแก้ไขแล้ว” ความมานะบากบั่นหรือต่อสู้กับปัญหาต่างๆแม้ว่าจะเจ็บบ้างแม้กระนั้นความบกพร่องพวกนั้นจะเป็นบทเรียนที่ดีแล้วก็ทำให้พวกเราแข็งขึ้น ราวกับแผลหวานใจษาหายแล้ว

4. คำคมจากเรื่อง Mean Girls : มีน เกิร์ลส์ กลุ่มสาวซ่าส์ วีนซะไม่มี
“Calling somebody else fat won’t make you any skinnier. Calling someone stupid doesn’t make you any smarter. And ruining Regina George’s life definitely didn’t make me any happier. All you can do in life is try to solve the problem in front of you.”
“เรียกผู้อื่นว่า อ้วน มิได้ทำให้ท่านผอมบางลง การเรียกผู้อื่นว่า ทึ่ม ก็มิได้ทำให้ท่านเฉลี่ยวฉลาดขึ้นเหมือนกัน แล้วการทำลายชีวิตเรจิน่า จอร์จ ก็มิได้ทำให้ท่านเป็นสุขเยอะขึ้นเรื่อยๆ แต่ว่าที่ควรจะทำหมายถึงจัดแจงปัญหาที่อยู่ข้างหน้าคุณต่างหาก” ภาพยนตร์สำหรับผู้หญิงที่นำข้อคิดเตือนใจมาใช้ได้กับทุกคน เพราะว่าการให้เกียรติคนอื่น ก็ราวกับการให้เกียรติตัวเอง แล้วก็ยังบอกพวกเราอีกว่า อย่าหลีกหนีปัญหา ควรจะลำดับความสำคัญแล้วก็จัดแจงปัญหาก่อนที่จะแพร่กระจายไปอันอื่น

5. คำคมจากเรื่อง Tangled : ราพันเซล เจ้าฟ้าหญิงผมยาวกับขโมยซ่าจอมแสบ
“Venture outside your comfort zone. The rewards are worth it.”
“ทดลองก้าวออกมาจากโซนไม่มีอันตรายสิ รางวัลมันคุ้มแน่ๆ” การทดลองเสี่ยงออกมาจากคอมฟอร์ทโซน เริ่มก้าวออกมาทำอะไรใหม่ๆอาจทำให้คุณได้พบกับคำตอบ เรื่อง หรือมุมมองที่ดีมากยิ่งกว่าเดิมก็เป็นไปได้ เพียงแค่กล้าที่จะก้าวไปทำอะไรดีๆผลสรุปก็คุ้มแล้ว

6. คำคมจากเรื่อง Star Wars, The Empire Strikes Back : สตาร์ วอร์ส 2
“Do, or do not. There is no try.”
“ไม่มีคำว่าทดลองหรอก มีเพียงแค่จะทำหรือเปล่าแค่นั้น” คุณครูโยดาผู้อบรมพร่ำสอนผู้แสดงนำชาย ได้บากบั่นบอกพวกเราว่า การจะทำสิ่งใดให้เสร็จ ไม่ใช่จะเพียงแค่ทดลองๆเลิกๆจะต้องมีความขมักเขม้น เพราะว่าไม่อย่างนั้นก็อย่าทำเลที่ตั้งยดีมากยิ่งกว่า

7. คำคมจากเรื่อง Cast Away : คนหลุดโลก
“I know what I have to do now, I’ve got to keep breathing because tomorrow the sun will rise. Who knows what the tide could bring?”
“ฉันเข้าใจแล้วล่ะว่าจะต้องทำอะไร ฉันจะมีลมหายใจถัดไป เพราะว่าวันพรุ่ง ก็ยังมีตะวันขึ้น คนไหนกันแน่จะทราบล่ะว่า คลื่นสมุทรบางทีอาจนำอะไรดีๆมาให้” ควรมีหวังแล้วก็มองโลกในแง่ดีอยู่เป็นประจำ ด้วยเหตุว่าสิ่งนี้จะเป็นกำลังใจให้ท่านทำรวมทั้งรอคอยเรื่องราวดีๆ

8. คำคมจากเรื่อง Shrek : เชร็ค
“After a while, you learn to ignore the names people call you and just trust who you are.”
“ครู่หนึ่งหนึ่งล่ะ คุณจะศึกษาที่จะละเลยสิ่งที่คนอื่นๆเรียกคุณ แล้วจะหันมาเชื่อถือในสิ่งที่เราเองเป็นแทน” มีความเชื่อมั่นและมั่นใจแล้วก็เชื่อถือในตัวเอง เพราะเหตุว่าสิ่งนี้จะพาคุณไปสู่ความสบายและก็การบรรลุเป้าหมาย

คืออะไรกันบ้างค่ะ กับ 8 แง่คิดดีๆจากหนัง 8 เรื่อง มาช่วยเป็นแรงกระตุ้น จะมองเห็นได้ว่าหนังและก็ละครดีๆหลายเรื่อง หากพวกเราดูดีๆแล้วล่ะก็ นอกเหนือจากที่จะให้ความบันเทิง ก็มีคำอบรมสั่งสอนดีๆให้ผู้ชมอย่างพวกเราเอากลับมาใช้สำหรับการดำรงชีพทุกวัน ยืดเป็นแถวทางในการพัฒนาตนเองได้เหมือนกัน

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

ดูหนังกักตัวอยู่บ้านยังไง ให้สกิลภาษาอังกฤษเลเวลอัพ

ดูหนังออนไลน์ อยู่บ้านกักตัวนานขนาดนี้ เปิด เว็บดูหนังออนไลน์ หาหนังมาฝึกสกิลภาษาอังกฤษกันเถอะ! ใช้เวลาในช่วงกักตัวให้เป็นประโยชน์ โดยการดูหนังนี่แหล่ะ เค้าว่ากันว่าหนังที่ดีที่สุดสำหรับการฝึกพูดภาษาอังกฤษ ต้องเป็นหนังที่เราชอบมากที่สุดด้วยนะ เพราะอะไรนะเหรอ? เพราะเราจะสามารถดูมันซ้ำ ๆได้ไม่มีเบื่อไงล่ะ แต่ถ้ายังเลือกเรื่องที่จะดูไม่ถูกซักที…วันนี้เราจะมาแนะนำหนังน่าดู เพื่อฝึกภาษาอังกฤษหลายเรื่องด้วยกัน เราคัดมาแล้วว่าเป็นเรื่องที่เวิร์คมาก โดยเริ่มฝึกจากระดับภาษาง่ายๆไปถึงระดับปานกลาง และเรื่องที่เราคัดสรรมาสนุกๆทั้งนั้น มีหลายตอน หลายซีซั่น เอาเป็นว่าดูกันได้เป็นปีเลยทีเดียว ดูเยอะขนาดนี้ ไม่เก่งขึ้นก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว มีเรื่องอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย

1. How I Met Your Mother (แบบว่า กว่าพ่อจะเจอแม่)
ระดับภาษา : ง่าย
เรื่องนี้ฮาอย่าบอกใครสำหรับ How I met your mother จัดว่าเป็นซีรีส์ซิทคอมเหมือนกับ Friends แต่จะออกแนวคล้ายๆ กับซิทคอมเรื่องเก๋าของบ้านเราอย่าง “เป็นต่อ” ดูสนุกเพลินๆ ได้ความรู้ ปนเสียงหัวเราะก็ยิ่งทำให้การเรียนภาษาอังกฤษของเราสนุกขึ้นได้
จุดเด่น : เรื่องนี้แอบสอดแทรกวัฒนธรรมสมัยใหม่ และดำเนินเรื่องได้อย่างน่าสนใจ มีทั้งเรื่องของการจีบสาว ออกเดท ความสัมพันธ์ ปาร์ตี้ดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการใช้ชีวิตของคนสมัยใหม่ได้ดีทีเดียว ภาษาที่เรื่องนี้ใช้ค่อนข้างสมัยใหม่ และเข้าถึงง่าย เพราะเป็นคำที่ใช้อยู่แล้วในชีวิตประจำวัน แถมได้ Slang กับ Idioms อีกเพียบ เช่น High-five , Awesome อะไรแบบนี้ เห็นแบบนี้แล้ว อย่ารอช้าไปโหลดมาดูกันเลย

2. Friends (เฟรนส์)
ระดับภาษา: ง่าย
Most Recommended Series! เลยสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มฝึกฟังและฝึกพูด
เรื่องนี้มีความอมตะ แม้จะผ่านมาหลายยุคหลายสมัยก็ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนังแนะนำสำหรับการเรียนภาษาอังกฤษ แม้สีของภาพอาจจะเก่า เจนนิเฟอร์ยังดูสาว ทั้งๆที่ตอนนี้อายุก็ไม่ใช่น้อยๆก็ตาม สำหรับเรื่องนี้ลองหามาดูแล้วจะงงว่า เห้ย! ทำไมมันฟังง่ายยังงี้น้า ดูเพลินๆ เป็นหนังแนว Comedy ฟังง่ายแถมคลายเครียดอีกต่างหาก ย้ำอีกครั้งว่าเรื่องนี้คือสุดยอดของซีรีส์แนะนำสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มฝึกพูดภาษาอังกฤษตลอดกาล
จุดเด่น : ระยะเวลาไม่นาน ทำให้คุณสามารถโฟกัสได้ตลอดเวลา แม้ว่าบางครั้งคุณอาจจะไม่เข้าใจทุกคำที่นักแสดงพูดก็ตาม ตัวละครที่มีไม่มากเกินไป แต่มีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจน แถมมีบทพูดเยอะอีกด้วย ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ข้อที่เราแนะนำให้เลือกหนัง และซีรีส์จากบทความวิธีการเลือกดูหนังยังไง ให้เก่งอังกฤษในตอนที่แล้ว สังเกตเสียง และสำเนียงการพูดของตัวละครแต่ละตัว คำศัพท์ที่ได้ก็เป็นแนวบทสนทนาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เจอทุกวัน เหมาะมาก ๆ สำหรับคนที่เริ่มฝึกภาษาอังกฤษ โหว! เห็นแบบนี้ต้องจัดมาดูบ้างแล้วล่ะ

3. Glee (กลี)
ระดับภาษา : ง่าย
ใครจะไปรู้ว่าเรื่องนี้เลิศสุดๆ เหมาะสำหรับคนที่อยากออกเสียงเป๊ะ สำเนียงเลิศ เรื่องนี้แอบสอนภาษาอังกฤษผ่านการร้องเพลง เก๋อ่ะ! วิธีนี้ทำให้เราสามารถจำประโยค และศัพท์ได้ดีขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า จัดว่าเป็นเทคนิคขั้นเทพสำหรับคนที่อยากฝึกภาษาอังกฤษ สงสัยคงต้องฝึกร้องเพลงดูบ้างแล้ว
จุดเด่น : เรื่องนี้จะช่วยคนที่ต้องการฝึกการออกเสียงที่ถูกต้อง มีการฝึกออกโทนเสียงสูง เสียงต่ำ Intonation เป๊ะเว่อร์! เชื่อว่าหลังดูซีรีส์เรื่องนี้จบ พูดอังกฤษได้อย่างกับจบนอก (เว่อร์ได้อีก) เกือบทุกตอนครูดนตรีจะมาสอนการร้องเพลง รวมถึงการออกเสียงที่ถูกต้องของตัวละคร ทำให้เราได้ฝึกฝนไปด้วยในตัว เยี่ยมสุด! แถมเพลงในเรื่องนี้หลายเพลงเป็นเพลงดังอีกต่างหาก เก๋แบบนี้ไม่ลองไม่ได้แล้วล่ะ

4. The Walking Dead (เดอะวอล์กกิงเดด)
ระดับ: ปานกลาง
แค่ฟังชื่อก็กลัวแล้วอ่ะ แต่บอกเลยนะว่าเรื่องนี้เด็ดสุดๆ ลุ้นทุกวินาที จนแทบไม่อยากลุกจากที่นั่งเลยทีเดียว จนขอยกให้เรื่องนี้เป็นสุดยอดของซีรีส์ในดวงใจตลอดกาลสำหรับคนชอบดูหนังแนวซอมบี้
จุดเด่น : เนื้อเรื่องดำเนินอย่างเมามันส์ ตื่นเต้น ลุ้นทุกวินาที ชวนติดตาม ดูสนุกๆ เพลินๆ รู้ตัวอีกทีพูดอังกฤษเก่งซะละ ที่สำคัญมีบทพูดค่อนข้างเยอะและส่วนมากเป็นบทพูดในชีวิตประจำวัน เหมาะสำหรับการฝึกภาษาอังกฤษ เพราะเราจะได้ฝึกฟังและเจอโครงสร้างประโยคที่หลากหลาย พอฟังเยอะก็จะช่วยให้เราสามารถสร้างบทสนทนาในสถานการณ์ต่างๆได้เป็นอย่างดี สถานการณ์แบบไหนเรื่องนี้มีครบ จะรัก จะเศร้า จะหวาน จะซึ้ง จะอึ้ง ก็ได้หมด โดยเฉพาะสถานการณ์หวาดเสียว วิ่งหนีผีซอมบี้ โอ๊ย! มันส์อ่ะบอกเลยว่า พลาดแล้วจะเสียใจ

5. Once Upon a Time (ณ กาลครั้งหนึ่ง)
ระดับ: ปานกลาง
สำหรับคนที่ชอบแนวนิทานปรัมปรา เทยนิยายแฟนตาซีต้องชอบเรื่องนี้แน่นอน คอนเฟิร์ม! หนังเรื่องนี้เหมือนเอาการ์ตูนวอลส์ ดิสนีย์ และนิทานทางฝรั่งตะวันตกมายำรวมกัน เอาเป็นว่าได้เจอตัวละครที่คุ้นตาสมัยเด็กครบแน่นอน เช่น Snow White สโนวไวท์ , Evil Queen, พินอคคิโอ Pinocchio, ปีเตอร์แพน Peter Pan, หนูน้อยหมวกแดง Red Riding Hood, Robin Hood โรบิ้น ฮู้ด , ครูเอลล่า Cruella ฯลฯ แต่เรื่องราวจะเป็นแบบไหน ใช่แบบที่่เราเคยดูกันตอนเด็กๆรึเปล่าต้องไปดู
จุดเด่น: ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย บทสนทนา และคำศัพท์ที่ใช้เป็นคำที่พบบ่อย และที่ใช้จริงในชีวิตประจำวัน เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี ดูกับแฟนก็ยังได้ นอกจากนี้เราจะมีโอกาสได้รู้ศัพท์ดั้งเดิมของฝั่งตะวันตกอีกต่างหาก เช่น “thy” ที่หมายถึง “your” ในปัจจุบัน ถ้าให้พูดง่ายๆก็คงคล้ายๆ “ของเจ้า” โหว! มีความโบราณ บอกเลยว่าสิ่งที่จะต้องทำตอนนี้คือ นั่งลง พักผ่อน และสนุกไปกับการดูซีรีส์เรื่องนี้ รับรองไม่ผิดหวัง

6. Lost (อสุรกายดงดิบ)
ระดับ: ปานกลาง
มาถึงเรื่องนี้ดีกว่า Lost ลองมาดูเรื่องที่มันแมนๆ ตื่นเต้นๆ กันบ้าง เรื่องนี้เป็นซีรีส์เรื่องดังในต่างประเทศ พลอตเรื่องน่าสนใจ เปลี่ยนไปในทุกซีซั่น แถมที่สำคัญภาษาพูดไม่ยากเท่าไหร่ อยากดูแล้วอ่ะ
จุดเด่น : เรื่องนี้ดูจบเมื่อไหร่จะทำให้คุณสามารถฟังสำเนียงการพูดภาษาอังกฤษที่หลากหลาย ฝึกบริหารหูไว้ก่อนได้เลย สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มฝึก ถ้าฟังไม่เข้าใจมาก สำเนียงแปลกๆ ก็อย่าเพิ่งตกใจ ฟังบ่อยๆ จะดีขึ้นเอง มีทั้งสำเนียง อเมริกัน, อังกฤษ, ออสเตรเลียน, หรือแม้กระทั่ง สก๊อตติชยังมี แต่ที่เด็ดกว่าคงเป็นคำศัพท์ก็หลากหลาย ครอบคลุมในทุกสถานการณ์ ใครอยากฝึกสำเนียงไหน ลองมาดูเรื่องนี้ก่อนเลย อิอิ

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

ดูหนังออนไลน์ อยู่บ้านช่วยชาติ กับ 5 อันดับหนังแอคชั่นมันส์ดุเดือด

มานอนมอง ดูหนังออนไลน์ อยู่บ้านกันเหอะ! ตอนนี้มีทั้งยังฝุ่นผง อีกทั้งวัววิด แถมอากาศประเทศไทยก็ร้อนราวกับฝึกลงนรกไปยี้ก! และก็ตอนนี้คนไม่ใช่น้อยยังจำเป็นต้องกักบริเวณอยู่ที่บ้านช่วยชาติลดโรค ไปไหนก็มิได้ ใช่มั้ยล่ะ จำต้องรู้สึกเบื่อกันบ้างแหล่ะ วันนี้พวกเราเลยจะมาชักชวนทุกคน ดูหนังผ่านเน็ต อยู่ที่บ้านกัน เอาละ พวกเราได้สะสมหนังดีๆบันเทิงใจๆกับ 5 ชั้นหนังแอคชั่นรุนแรง เร่าร้อนมากกว่าแดดประเทศไทย มาให้ทุกคนได้เลือกดูแล้ว จัดแจงน้ำตระเตรียมของหวานให้พร้อม จะมีเรื่องมีราวไหนบ้างตามเลยจ๊า

1. LONE SURVIVOR (2013) กระทำการพิฆาตสนามรบเดือด
เรื่องราวของกลุ่มเที่ยวตรวจของหน่วยซีลกลุ่ม 10 มีเรือเอกไมเคิล เมอร์ฟี้ (Taylor Kitsch) หัวหน้าทีม, พันจ่าโทดินแดนนี่ ไดแอทซ์ (Emile Hirsch), พันจ่าโทแมทธิว แอกเซลสัน (Ben Foster) รวมทั้งนายสิบโทเสนารักษามาร์คัส ลูทเทรล (Mark Wahlberg) ได้รับคำบัญชาให้เที่ยวตรวจสืบรอบๆช่องเขา Shuryek Valley ระหว่างการลาดตระเวนได้เจอกับเด็กเลี้ยงแพะ และก็มองไม่เป็นพิษเป็นภัยอะไรก็เลยปล่อยเนื้อปล่อยตัวไป ก่อนที่จะเวลาถัดมากลุ่มเที่ยวตรวจจะพบว่าตนเองถูกหน่วยรบกรุ๊ปตาลีบันล้อมพื้นที่เอาไว้หมดแล้ว ทางเดียวที่จะรอดไปได้เป็นฝ่าออกไป ฝ่า!

2. UNKNOWN (2011) คนนิรนามเดือดปะทุ
ดร.มาร์ติน แฮริส (เลียม นีสัน) ไปสัมมนาด้านการแพทย์ที่เบอร์ลินพร้อม อลิซาเบธ (แจนยัวปรี่ โจนส์) เมียของเขา แต่ว่าทุกๆอย่างกำเนิดบกพร่อง เมื่อนั่งรถแท็กซี่ที่มีจีน่า (ไดแอน คุณครูเกอร์) เป็นผู้ขับ แล้วได้รับอุบัติเหตุจนกระทั่งรถยนต์จมน้ำ เขารุนแรงไปนับเป็นเวลาหลายวัน เมื่อฟื้นขึ้นมาก็พบว่า เมียจำเขามิได้ และก็มีชายไม่คุ้นหน้า (เอดินแดน ควินน์) มาปลอมตัวเป็นตัวของเขาเอง เมื่อเขาสืบว่ากำเนิดอะไรขึ้น ผู้ที่เคยช่วยเขา รวมทั้งทราบการมีตัวตนของเขา ก็เริ่มถูกปิดปากไปครั้งละคน

3. FURY (2014) วันปถพีเดือด
​เรื่องราวในช่วงสุดท้ายของสงครามโลกครั้งที่สอง เมษายน คริสต์ศักราช1945 กองกำลังผู้สนับสนุนของอเมริกามานะบุกในเมืองเบอร์ลินของเยอรมัน แม้กระนั้นก็จำต้องพบกับการคุ้มครองป้องกันที่แน่นหนา จนกระทั่งไม่สามารถที่จะทะลวงเข้าไปได้ ก็เลยเป็นหน้าที่ของ วอร์แดดดี้ (กางรด พิตต์) นายสิบสิบเอกของกองกองทัพ กับสมาชิก 4 คน ในรถถังสู้รบฟิวปรี่ ที่จะทำภารกิจบุกตะลุยฝ่ากองทัพท้องนาซีเข้าไปในใจกึ่งกลางจุดยุทธศาสตร์ ซึ่งผลสรุปของภารกิจของพวกเขา ก็เปลี่ยนเป็นจุดแปลงสำคัญที่ทำให้กองทัพอเมริกาเป็นข้างที่ได้รับความมีชัยในสงครามโลก

4. MAN ON FIRE (2004) คนจริงเผาโกรธแค้น
ครีสซี่ (เดนเซล วอชิงตัน) สมัยก่อนมือสังหารที่ล้างมือมาดำเนินงานซื่อตรง ตามคำแนะนำของคู่หู เรย์ เบิร์น (คริสโตเฟอร์ วอลเคน) โดยการเป็นบอดี้การ์ดให้กับเด็กน้อย พิต้า (ดาโกตา แฟนนิง) แต่ว่าแล้วเมื่อพิต้าถูกลักพาตัวเรียกค่าไถ่ เปลี่ยนเป็นบาปติดตัวที่ว่าไม่สามารถที่จะรักษาคนสำคัญของชีวิตได้ ทำให้อุดมการณ์เก่าจะต้องยืนขึ้นมาอีกทีกับหน้าที่มือสังหารใจร้าย ที่คนใดกันแน่มาขัดปาหรือมีความเกี่ยวข้องถูกตาย แต่ว่ามองยิ่งค้นหาหามากเยอะแค่ไหน กลับจำต้องเจอความเป็นจริงที่ไม่น่าเป็นได้ เนื่องจากว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมันมีแผนสำหรับการที่วางไว้ล่วงหน้า รวมทั้งเป็นกระบวนการเลวทรามที่มากับคำว่า มือโปร

5. CRANK: HIGH VOLTAGE (2009) คนคลุ้มคลั่ง ไฟแรงสูง​
​เชฟ เชลิออส (เจสัน สเตแธม) มือสังหารสุดไม่มีอารยธรรม ทิ้งตรงจากเฮลิคอปเตอร์ลงมานอนบนพื้น กรุ๊ปผู้กระทำผิดกฎหมายคนจีนก็เอาร่างของเขายัดใส่ด้านหลังรถตู้ เมื่อเชฟตื่นก็พบว่าถูกผ่าตัดลักขโมยหัวใจ รวมทั้งมีหัวหัวใจเทียมอยู่ในผู้แทนที่ เชฟอาละวาดแหลกและก็หนีออกมา หัวใจเทียมนั้นแก่การใช้แรงงานจำกัด เขาก็เลยไปพบด็อกเตอร์ ไมลส์ (ดไวต์ โยแคม) ให้ช่วยหาแนวทางยื้อเวลาชีวิตออกไป และก็เขาจะต้องใช้กระแสไฟฟ้าช็อตตนเองอยู่ตลอด พร้อมทั้งออกไล่ล่าชิงหัวใจคืนมา

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

สงกรานต์ก็แค่ชื่อนักร้อง อยู่บ้านเหงาๆ เราขอชวนมาดูหนังเรื่องดังที่คัดมาแล้วว่าเด็ด!

สงกรานต์ก็แค่ชื่อนักร้องเท่านั้นแหล่ะ!! ดูหนังออนไลน์ ใครที่อยู่บ้านเหงาๆ มาเปิดเว็บดูหนังออนไลน์ ดูหนังออนไลน์ ซีรี่ย์ออนไลน์ เรื่องดังที่เราคัดมาแล้วว่าเด็ด! ดูกันให้ยาวๆตลอดสงกรานต์นี้เลย โดยปกติแล้วในวันสงกรานต์เป็นวันพิเศษของครอบครัว ที่เราจะได้ไปเที่ยว ไปเล่นน้ำหรือกลับไปรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ แต่ในปีนี้สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปสืบเนื่องจากการระบาดของไวรัส Covid-19 ทำให้การฉลองสงกรานต์ถูกงด หลายๆคนต้องกักตัวอยู่บ้าน และหลายๆคนก็ยังทำงานไม่ได้หยุด วันนี้เราเลยขอปลอบใจทุกคนด้วยการแนะนำหนังเรื่องดัง ซีรี่ย์เรื่องเด็ด ไว้ดูกันยาวๆในช่วงอยู่บ้านตลอดสงกรานต์ จะมีเรื่องอะไรบ้างมาดูกันเลย

1. The World of the Married (2020)
บอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ของคู่แต่งงานซึ่งการทรยศกันและกันของทั้งคู่ทำไปสู่การแก้แค้นที่เป็นเหมือนลมพายุหมุนวนไปวนมา จีซอนอู (รับบทโดย คิมฮีแอ) แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวที่แต่งงานแล้วกับ อีแทโอ (รับบทโดย พัคแฮจุน) และทั้งคู่มีลูกชาย 1 คน แพทย์สาวที่ดูเหมือนจะมีพร้อมทุกสิ่งทั้งการงานที่ประสบความสำเร็จและครอบครัวที่มีความสุขแต่เธอกลับถูกสามีและคนรอบข้างเธอทรยศหักหลัง ในขณะที่อีแจโอฝันอยากเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียง เขาดำเนินธุรกิจด้านบันเทิงจากการสนับสนุนโดยภรรยาของเขา แม้ว่าเขาจะรักภรรยาของเขาก็จริง แต่อีแทโอก็ตกไปในหลุมของความสัมพันธ์ที่แสนอันตรายเข้าแล้วจนได้ เรื่องนี้รับรองเด็ดฉายที่เกาหลีแค่ไม่กี่ตอนเรตติ้งพุ่งทะยานมากแม่

2. Kingdom Season 2 (2020) ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด
หลังจากที่ผู้ชมรอคอยกันมาข้ามปี เพื่อที่จะได้ชมซีรี่ย์ระทึกขวัญสัญชาติเกาหลีใต้ Kingdom (ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด) ที่หลังจากสร้างกระแสความโด่งดังใน ซีซั่น 1 เมื่อปีที่แล้ว ในที่สุดก็กำลังจะกลับมาพร้อม ซีซั่น 2 ให้ได้ติดตามการไขปริศนาและเรื่องราวที่ค้างคากันต่อ หนังซอมบี้ยุคโชซอนเรื่องนี้รีเมคมาจากเว็บตูนเรื่อง “Land of the Gods” (신의 나라) สำหรับซีซั่น 2 นี้ จะดำเนินเรื่องราวต่อจากซีซั่นแรก เล่าถึง องค์รัชทายาทอีชาง (รับบทโดย จูจีฮุน) ที่ยังคงต่อสู้กับกองทัพซอมบี้เพื่อปกป้องประชาชน แต่ก็ได้ตัดสินใจเดินทางกลับไปยังเมืองฮันยางเพื่อค้นหาต้นตอของโรคระบาด ในขณะที่ โจฮักจู (รับบทโดย รยูซึงรยง) กระหายอำนาจมากขึ้นเรื่อย ๆ ความขัดแย้งทางการเมืองและการแย่งชิงอำนาจจึงเกิดขึ้น ด้าน ซอบี (รับบทโดย แบดูนา) ยังคงพยายามค้นหาสมุนไพรคืนชีพ

3. Nobody Knows (2020) อาคิระ แด่หัวใจที่โลกไม่เคยรู้
เริ่มกันที่เรื่องแรกประจำเดือนมีนาคมที่มาเพื่อเอาใจคอหนังแนวลึกลับและแนวสืบสวนสอบสวนกันก่อนเลย ผลงานล่าสุดจาก โค้ชคิม ใน “SKY Castle” ซึ่งมาในครั้งนี้นักแสดงสาว คิมซอฮยอง พร้อมแล้วกับบทบาทใหม่แต่ยังคงความเข้มข้นเหมือนเดิมแน่นอน ในซีรีส์เรื่องใหม่นี้ คิมซอฮยอง จะรับบท ชายองจิน นักสืบผู้นำทีมสืบสวน ณ สำนักงานตำรวจนครบาลโซล เธอสูญเสียเพื่อนรักของตัวเองไปด้วยฝีมือของฆาตกรต่อเนื่อง เมื่อตอนที่เธออายุ 18 ปี เธอจึงทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อที่จะตามหาตัวฆาตกร จนกระทั่ง 19 ปีผ่านไป เธอได้กลับมาเผชิญหน้ากับคดีเดียวกันนี้อีกครั้ง

4. Yoobyeolna! Chef Moon (2020)
ผลงานคัมแบคในรอบ 4 ปีของไอดอลนักแสดงหนุ่มรุ่นเก๋า เอริค มุน โดยในเรื่องนี้จะมารับบทเชฟฝีมือดี ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเอริคทำอาหารเก่งจริงๆ มาในโปรเจกต์นี้มีโอกาสได้ประกบคู่กันกับนักแสดงมากฝีมือและกำลังมาแรงอีกคนอย่าง โกวอนฮี เรื่องราวสนุกเบาสมองพร้อมความโรแมนติกเรื่องนี้ตั้งตารอที่จะถ่ายทอดให้ได้ชมกันในอีกไม่นานนี้แล้ว เรื่องนี้เป็นซีรีส์แนวโรแมนติกคอมเมดี้ ที่จะเล่าเรื่องราวการเติบโตและความรักอันโรแมนติก ของ แฟชั่นดีไซเนอร์ชื่อดังและแสนเย่อหยิ่งไฮโซอย่าง ยูยูจิน (รับบทโดย โกวอนฮี) ที่สูญเสียความทรงจำจากอุบัติเหตุจนต้องไปอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆชื่อว่า ซูฮา จนได้ไปพบกับสุดยอดเชฟ มุนซึงโม (รับบทโดย เอริค) ลูกชายเพียงคนเดียวของเชฟและเจ้าของร้านข้าวต้มชื่อดัง ที่ทำให้อาหารเกาหลีโด่งดัง แม้ว่าภายนอกเขาจะดูเป็นคนที่หยาบกระด้างทั้งคำพูดและการกระทำแต่ภายในแล้วเขาเป็นคนที่มีจิตใจอบอุ่น ชีวิตของซึงโมที่เคยเงียบสงบในหมู่บ้านเล็กๆ เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อยูจินก้าวเท้าเข้ามาในหมู่บ้านแห่งนี้

5. Rugal (2020) รูกัล ตำรวจกลคนเหนือมนุษย์
ผลงานล่าสุดจากนักแสดงหนุ่มงานแน่นอย่าง ชเวจินฮยอก ที่กลับมารับบทนำให้กับซีรี่ย์จากช่อง OCN อีกครั้งหลังจากที่เคยรับบทนำในเรื่อง “Tunnel” (OCN,2017) มาก่อนหน้านี้ การกลับมาครั้งนี้ ชเวจินฮยอก มาสวมบทบาท คังคีบอม นักสืบที่พยายามโค่นล้มองค์กรอาชญากรรมระดับประเทศ แต่กลับต้องตกเป็นเป้าหมายจนสูญเสียภรรยาและลูก พร้อมดวงตาของตัวเองที่โดนทำลาย จากทีมหน้ากากขององค์กรใต้ดิน Argos หลังจากเขาตื่นขึ้นมาในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เขากลับถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ต้องสงสัย และต่อมาได้รับการช่วยเหลือจากองค์กร Rugal ให้กลับมามองเห็นอีกครั้งด้วยเทคโนโลยีชีวภาพจนได้ดวงตาใหม่ที่มาพร้อมพลังพิเศษและภารกิจทำลายองค์กรอาชญากรรมนั้นให้ได้

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

ไอเดียแต่งบ้านงามปัง จากหนังดังเรื่องโปรด! TO INSPIRE YOUR HOME

ผู้ใดกันจะมีความคิดว่า ดูหนังออนไลน์ เรื่องโปรดก็สามารถดียอดไอเดียการตกแต่งบ้านได้ ! หลายหนที่พวกเราดูหนังจะมองเห็นได้ว่ามีหลายๆเรื่องเลยที่จัดแต่งฉากตามส่วนต่างๆในบ้านได้สวยอย่างมากมาย งามน่าอยู่จนกระทั่งผู้ชมแบบพวกเราต้องการจะมีบ้านแบบในหนังอยู่กันเลยล่ะ วันนี้พวกเราเลยจะมาเสนอแนะหนังเรื่องดังเรื่องสนุกที่คุณดูแล้วจำเป็นจะต้องร้องว้าว! ไปกับความงามของการจัดแจงสถานที่ถ่ายทำ ยืนยันว่าดูแล้วหลายคนกระจับปิ้งไอเดียการแต่งบ้านตามหนังประเด็นนี้กันเลยล่ะ

1. มารู้จะหนังเรื่อง ล่าผ่านโลกอนาคต (TRON Legacy)
ถ้าหากจะเอ่ยถึงหนัง Sci-fi ออกแบบยอดเยี่ยมสักเรื่อง การันตีว่าหนังหัวข้อนี้อยู่ในลิสต์แน่ๆ TRON: Legacy ภาคต่อของ TRON (1982) หนังไซ-ไฟที่มีชื่อเสียง และก็มีอิทธิพลจากตอนปี 80 ในสมัยนั้น เกิดเรื่องราวของแซม ฟลินน์ ลูกชายของเควิน ฟลินน์ผู้แสดงนำจากภาคก่อนที่จะถูกดูดเข้าไปในจักรวาลดิจิตัล และก็ได้เจอกับบิดาที่ล่องหนไปกว่า 20 ปี ข้างในโลกไซเบอร์นี้เองที่ทำให้พวกเราจะต้องตื่นตาตื่นใจไปกับฉากที่วางแบบให้เหมาะสมมนุษย์ในโลกดิจิตัล ประสมประสานความร่วมยุคกับความทันสมัยที่อนาคต โดยเฉพาะบ้านที่เควิน ฟลินน์ผลิตขึ้นเพื่อใช้เป็นที่กำบังภัย ความคลาสสิกสไตล์ทรอนสะท้อนความจำของฟลินน์เกี่ยวกับความสวยในโลกเรื่องจริงของคนเราที่เขานึกถึง ท่ามกลางสเปซที่สงบสุขุมภายใต้บรรยากาศมัว ข้าวของทุกสิ่งทุกอย่างล้วนดูเหมือนกับว่าเรืองแสงในตนเอง ส่วนทรงเรขาคณิตที่เรียบง่าย ผิวสัมผัสแวววาวก็เป็นการสื่อถึงความสวยงามในลักษณะของวิทยาศาสตร์ มองไม่ตรงกันกับฝาผนังหินหยาบคายสกัดด้วยมือ แถมด้วยคอลเล็คชั่นเครื่องเรือนในตำนาน สะท้อนรสนิยมชั้นยอดได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งผองมองประหลาดตาในบรรยากาศสุดล้ำ ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ว่าส่วนประกอบกลุ่มนี้ช่วยสร้างแรงผลักดันให้พวกเราต้องการยืมมาใช้แปลงโฉมบ้านบ้างไม่มากมายก็น้อย แล้วคุณละเห็นด้วยไหม

2. ฉากงานสถาปัตยกรรมที่สุดยอดจากผู้กำกับคนเก่ง Joseph Kosinski
จากนิยายของผู้เขียนคนอเมริกัน Brian Daley ทรอนเปลี่ยนเป็นหนึ่งในหนังที่นักวิพากษ์วิจารณ์บอกคำจำกัดความว่า “Cult Film” ซึ่งเป็นที่ชอบใจกระทั่งกำเนิดวัฒนธรรมเฉพาะกรุ๊ปขึ้นมา กระทั่งถึงภาคปัจจุบันในปี 2010 ถึงแม้ตัวหนังจะทำเงินได้ไม่มากมายสักเท่าไหร่ แต่ว่าก็สร้างอิมแพคให้กับวงการแฟชั่น ดนตรี งานออกแบบ ไปจนกระทั่งภาคเทคโนโลยี ซึ่งตอบรับการปรากฏที่ไลฟ์สไตล์นี้อย่างทั่วถึง
เบื้องหน้าเบื้องหลังความวิจิตรตระการตาของหนังหัวข้อนี้ คงจะเป็นผู้ใดกันแน่ไปมิได้นอกเหนือจากผู้กำกับคนเก่ง Joseph Kosinski ถึงแม้เขาจะเป็นเจ้าของบริษัททำเว็บไซต์ แล้วก็ชำนาญสำหรับในการดูแลหนังโปรโมทมาก่อน แต่ว่าก็ได้รับความเชื่อใจจากวอวอลต์ดิสนีย์ให้สร้าง TRON ภาคใหม่ภายใต้ทุนสร้างมากถึง 170 ล้านเหรียญ รวมทั้งด้วยดีกรีด้านสถาปัตยกรรมจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียของเขาประสานกับความช่วยเหลือเกื้อกูลจากกลุ่มคนเขียนแบบ แล้วก็ดีไซน์เนอร์นอกแวดวงภาพยนตร์ พวกเราก็เลยได้มองเห็นฉากงานสถาปัตยกรรม การตกแต่งด้านใน ไปจนกระทั่งยานพาหนะสุดแจ๋วที่ได้รับการตีความหมายออกมาในภาษาของงานออกแบบสุดล้ำอนาคตสไตล์ทรอน

3. ไอเดียวการตกแต่งจากหนังให้ความรู้ความเข้าใจสึกถึงโลกอนาคตที่นำสมัย
ถึงแม้สไตล์ย้อนยุคจะน่าคลั่งไคล้ แต่ว่าออกแบบของโลกอนาคตก็แจ๋วจริงๆ Futuristicหมายถึงสไตล์การออกแบบที่พวกเรามั่นใจว่าจะเป็นแบบวิถีชีวิตที่อนาคต ย้ำการใช้แบบที่สื่อถึงความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี หรือความทันสมัยที่มนุษย์ใฝ่ฝันแม้กระนั้นยังเอื้อมไม่ถึงในห้วงอวกาศที่ดำสนิทหรือกาแล็กซี่อันไกลมาก ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งที่มองไม่นิมัลท่ามกลางสเปซที่เวิ้งว้าง แม้กระนั้นน่าตื่นเต้นด้วยเส้นโฉบเฉี่ยวลื่นไหล รวมทั้งวัตถุเรืองแสงที่ได้แรงจูงใจมาจากยานอวกาศ สร้างสเปซล้ำๆของคุณเองได้อย่างง่ายดายด้วยการใช้อุปกรณ์ใกล้ตัวที่เป็นได้ ยกตัวอย่างเช่น สิ่งของกรุผิวสีขาวแผ่นเรียบแบบไฮมายากลอส หรือกระจกฝ้าฝังไฟข้างหลังเพื่อมองเรืองแสง เพิ่มเนื้อหาด้วยเส้นสีเงินเงา เน้นย้ำสเปซให้สะดุดตาด้วยสีดำของหินธรรมชาติที่มีผิวสัมผัสแข็งกระด้าง เพิ่มเติมเนื้อหาที่เพิ่มกลิ่นความเป็นบ้านด้วยของตกแต่ง แล้วก็เครื่องเรือนสีเงินวับๆหรือคริสตัล ร่วมด้วยส่วนประกอบที่ตัดทอนจนถึงมองร่วมยุคขึ้น อย่างขนคิ้วบัวหรือเครื่องเรือนสไตล์คลาสสิกที่ทำมาจากอะคริลิกใส

เป็นอย่างไรกันบ้างดูหนังจบแล้วยังได้ความคิดดีๆอีก การดูหนังให้คุณประโยชน์มากยิ่งกว่าที่คุณคิด ใช่มั้ยล่ะ ดูหนังเพื่อความสนุกสนานกันแล้ว แถมยังรู้เรื่องคิดดีๆเป็นแถวทางในการผลิตสรรค์ความสวยให้กับที่พักที่อาศัยได้อีกมีแม้กระนั้นคุ้มกับคุ้มจริงๆเลย

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

11 หนังที่ให้แง่คิดศึกษาและทำการค้นพบความหมายของชีวิต เพื่อล่วงเลยความทุกข์ใจที่ช่วง

คนไหนกันแน่กำลังหา ดูหนังออนไลน์ ที่ให้แง่คิดของชีวิต ในตอนกักบริเวณจากเชื้อไวรัสวัววิดอย่างงี้ ต้องตามมาทางนี้ ด้วยเหตุว่าพวกเราจะมาเชิญชวนทุกคนดูหนังที่ให้แง่คิดศึกษาและทำการค้นพบความหมายของชีวิต หลายท่านบางครั้งอาจจะเคยได้ฟังคำพูดสำนักงานดูหนังดีๆสักเรื่อง สามารถทำให้วิญญาณของพวกเราสะอาดขึ้น ด้วยเหตุนี้ หลายๆครั้งการศึกษาถึงแนวทางของการแก้ไขปัญหาชีวิต พวกเราสามารถใช้บทเรียนบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในหนังมาดัดแปลงกับตนเองได้ แล้วก็ในในที่สุด หากแม้เวลาแค่สองชั่วโมงกับหนังสักเรื่องบางครั้งก็อาจจะช่วยเหลืออะไรพวกเรามิได้ก็ตาม แต่ว่าขั้นต่ำพวกเราก็มั่นใจว่าช่วงของหนังที่มีประเด็นด้านบวกสักหัวข้อนั้นตั้งแต่เริ่มฉายจนกระทั่งตอนสุดท้าย จิตใจของพวกเรากำลังถูกปลอบโยนทีละน้อยไปในตัว อย่างแน่แท้

1. The Martian (2015) เดอะ มาร์เชียน กู้ตาย 140 ล้านไมล์
ภายใต้แรงกดดันที่เกิดขึ้นในชีวิตของ มาร์ก วัตนีย์ หนึ่งในกลุ่มนักบินอวกาศขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาตินั้นอาจไม่มีผู้ใดเอาจริงเอาจังเท่าอีกแล้ว โน่นเป็นการที่เขาต้องหาทางเอาชีวิตรอดให้ได้บนดาวอังคารเพียงผู้เดียว และก็ข้อคิดเตือนใจสำคัญของหนังหัวข้อนี้อยู่ที่ตัวมาร์กบอกกับทุกคนว่า “ณ จุดใดจุดหนึ่ง ทั้งหมดทุกอย่างจะล้มเหลวใส่คุณ ทุกๆอย่างจะบกพร่องจนกระทั่งคุณกล่าวว่า นี่แหละ นี่เป็นตอนจบของฉัน ขึ้นกับว่าคุณจะยอมหรือจะลุกขึ้นยืนสู้ คุณเพียงแค่เริ่ม คิดคำนวณ ไขปัญหาแรกให้ได้ และก็หลังจากนั้นจึงค่อยแก้ไขปัญหาถัดไป และก็ถัดไป เมื่อคุณไขปัญหาได้มากเพียงพอ ท้ายที่สุดคุณจะได้กลับไปอยู่บ้าน”

2. Love Letter (1995) ถามรักจากสายลม
ภาพยนตร์ที่ใช้บรรยากาศของหน้าหนาวที่มีหิมะตกหนักมาเป็นผู้แทนของความเหงาในใจของ ฮิโรโกะ วาตาที่นาเบะ รวมทั้งความเจ็บนั้นก็ถูกแก้ไขโดยสิ่งที่ไม่คาดคิด สิ่งนั้นเป็นจดหมายตอบกลับที่คุณทดลองเขียนถึงผัวของตนเองที่พึ่งเสียชีวิตไปจากอุบัติเหตุ โดยส่งมาจาก อิตสึกิ ฟูจิอิ สตรีที่ชื่อและก็ชื่อสกุลเช่นเดียวกับชายคู่รักของคุณโดยบังเอิญ เมื่อหญิงสาวทั้งคู่ที่เค้าหน้าแบบเดียวกันเช่นเดียวกันกับแฝดได้มาพบกัน ความลับในอดีตกาลที่หลบซ่อนอยู่ด้านในห้องสมุดของโรงเรียนมัธยมศึกษาที่ข้างชายเคยเรียนก็เบาๆถูกคลี่คลาย ฮิโรโกะก็ได้เจอกับการก้าวผ่านความเจ็บของชีวิต ส่วนอิตสึกิ (หญิง) ก็เจอกับความอบอุ่นในชีวิตราวกับแสงตะวันจากฤดูใบไม้ผลิ

3. The PURSUIT of HAPPYNESS (2006) ยิ้มไว้ก่อนบิดาสอนไว้
ภาพยนตร์ชี้แจงชีวิตจริงของ คริสโตเฟอร์ การ์ดเนอร์ มหาเศรษฐีพันล้าน ซึ่งก่อนที่จะมาถึงจุดนี้ได้จะต้องฝ่าฟันขวากหนามเยอะมากที่ต่างมารุมกระตุ้นเขาจนกระทั่งกับจำต้องไปดำเนินชีวิตอยู่ภายในห้องน้ำสาธารณะกับลูกชายซึ่งเป็นราวกับความสำราญเดียวในชีวิตของเขา ก่อนที่จะสิ่งนั้นจะเป็นคติสอนใจว่า แม้ว่าจะโศกสลดแค่ไหนก็ตาม แต่ว่าแม้พวกเรามองหาความสำราญที่แอบหลบอยู่ในมุมมืดได้ สิ่งนั้นจะเป็นราวกับแสงสว่างดวงจันทร์กลมโตที่ทำให้ท่านอบอุ่นในช่วงเวลาค่ำคืนอันมืดมากอย่างสิ้นสงสัย

4. Eternal Sunshine of the Spotless Mind (2004) ลบคุณ…ให้ไม่ลืมเลือน
หากพวกเราลืมความเจ็บได้ คงดีไม่น้อย แม้กระนั้นในชีวิตจริงไม่มีผู้ใดลืมได้จริง ต่อให้ โจเอล บาริช ชายที่ลบความจำที่มีด้วยกันกับแฟนสาวคนเก่าที่เขาเคยรัก แต่ถ้าว่าเมื่อเขารู้สึกตัวอีกครั้ง ก็พบว่าความจำนั้น ทำให้เขาได้ทำความเข้าใจถึงความหมายของชีวิตของการการเป็นสามีภรรยา รวมทั้งความเจ็บไม่ใช่จุดสิ้นสุดของความเกี่ยวเนื่อง แถมยังสามารถทำให้ทั้งสองแก้ไขกันและกัน และก็เติบโตในความเกี่ยวเนื่องถัดไปได้

5. 50/50 (2011) ฟิฟตี้ ฟิฟตี้ ไม่ตายก็รอดวะ
ภาพยนตร์ขึ้นหิ้งสายดราม่าน้ำตาซึม ที่บอกเล่าเรื่องราวของอดัม ผู้ชายผู้ใช้ชีวิตหายใจทิ้งไปวันๆเนี่องจากเขาเป็นโรคมะเร็งก็เลยไม่มีซึ่งแรงกระตุ้นอะไรก็แล้วแต่สำหรับในการมีชีวิตต่อ ทำให้ไคล์ เพื่อนซี้คู่กาย เริ่มเชื้อเชิญเขาไปทำอะไรบันเทิงใจๆมุทะลุสารพัน ก่อนที่จะโน่นจะแปลงเป็นแง่คิดสำคัญว่า ท้ายที่สุดแล้วมนุษย์เราเกิดขึ้นมากาลครั้งหนึ่งในชีวิตจะมานั่งเศร้าใจไปเพราะเหตุไร การออกไปดำเนินชีวิตให้สนุกสนานสุดฤทธิ์สุดเดชตามใจฉัน อาจคือคำว่าชีวิตได้ดียิ่งไปกว่าการนั่งถอนใจรอคอยความตายอย่างไม่ต้องสงสัย

6. The Secret Life of Walter Mitty (2013) ชีวิตพิศวงของ วอลเตอร์ ไม่ตตี้
เพราะเหตุว่าบางเวลาคุณอาจจะไม่สบายใจอยู่ เพียงแค่คุณอาจจะยังไม่รู้ตัวเพียงเท่านั้น ภาพยนตร์ประเด็นนี้ก็เลยเป็นตัวอย่างของความทุกข์ใจที่ไม่มีเสียงซึ่งแสดงออกมาได้อย่างดีเยี่ยม รวมทั้งนี่เป็นเรื่องราวของ วอลเตอร์ ไม่ตตี้ ชายหนุ่มบุคลากรสำนักงานผู้ใช้ชีวิตไปวันๆก่อนที่จะเขาจะได้โอกาสได้เดินทางไปยังดินแดนอันเหน็บหนาว หงอยเหงา รวมทั้งเงียบมาก จนตราบเท่าเมื่อเขากลับมายืนที่เดิม ก็พบว่าตามที่เป็นจริงแล้วสิ่งที่เขาเคยมีความรู้สึกว่าพึงพอใจ กลับกลายความทุกข์ทรมานที่เขาก้มตัวยอมรับได้แล้วต่างหาก

7. The Notebook (2004) รักคุณหมดใจ ขีดไว้ให้โลกจารึก
เรื่องราวของสองวัยรุ่น โนอาห์รวมทั้งอัลลี ที่ได้หลงรักกันอย่างหมดหัวใจ กลับจำเป็นต้องถูกใจแบ่งเรื่องชนชั้นมาเป็นปัญหาที่สำคัญต่อความรัก กระทั่งทำให้ทั้งคู่จำเป็นต้องแยกจากกัน ก่อนที่จะถัดมาทั้งสองได้กลับมาเจอะกันอีกรอบ ภาพยนตร์ประเด็นนี้ได้บอกให้พวกเรารู้เรื่องว่า ท้ายที่สุดแล้วความรักในแบบที่ไม่หวังผลทดแทน เป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับความทุกข์ใจที่คลุมเครือ ซึ่งผู้คนจำนวนมากมักเรียกว่า ‘ความมุ่งมาด’ (จากความรัก)

8. The Perks of Being a Wallflower (2012) วัยปั่นป่วนหัวใจปึ้ก
นี่คงจะเป็นภาพยนตร์วัยรุ่นที่เรื่องความทุกข์ใจสะดุดใจรวมทั้งสะดุดตาพวกเราสูงที่สุด เมื่อวันหนึ่ง ชาลี เด็กวัยรุ่นประหม่าที่มีปัญหาการเข้าสังคมได้เจอกับแซมแล้วก็แพทริก สหายกรุ๊ปแรกในชีวิตที่รอช่วยเหลือเขา ทำให้มีอาการชาลีกลายมาเป็นเด็กที่เบิกบานใจอีกที เด็กวัยรุ่นทั้งหลายแหล่ทำให้พวกเราทราบดีว่า ไม่ว่าใครจะพบกับปัญหาที่ปวดแบบไหน แม้มีใครซักคนรอฟังรวมทั้งอยู่ดูแลจิตใจตอนที่ท้อใจ เป็นลู่ทางหลักที่ไม่ต้องนั่งจัดการกับปัญหาเพียงผู้เดียวให้ทรมาทรกรรมจนถึงเกินรับไหว

9. Begin Again (2013) เพราะเหตุว่ารัก เป็นเพลงรัก
หนังประเด็นนี้แสดงถึงภาพของคนวัยหนุ่มวัยสาวในปัจจุบันที่กำลังเจอกับฟุตบาทในชีวิตที่ส่องสว่างเสมือนแสงสว่างของดวงสาว เพียงดาวคู่นี้มีดวงหนึ่งที่แสงสว่างเบาๆริบรี่ลงเพราะเหตุว่าเรื่องของความข้องเกี่ยว แล้วก็ผู้ชายวัยกลางคนซึ่งไม่มีความต่างกับดาวฤกษ์ที่แสงสว่างในตัวนั้นได้ดับลงไปแล้ว เมื่อดวงดาวสองดวงโคจรมาพบกันก็เลยแปลงเป็นแรงที่อุดหนุนกันรวมทั้งช่วยทำให้แสงสว่างที่ชีวิตของแต่ละข้างกลับมาส่องแสงได้อีกที หากแม้ในหนังจะมีเพลงซึ้งๆต้องใจอย่าง Lost Stars แม้กระนั้นเพลงที่ทำให้พวกเราปล่อยวางในเรื่องของความเกี่ยวเนื่องได้ก็คือ A Step You Can’t Take Back

10. INSIDE OUT (2015) น่าพิศวงอารมณ์ชุลมุน
ศึกษา สารภาพ เติบโต พวกเรามอบสามคำนี้ให้กับภาพยนตร์แอนิเมชันหัวข้อนี้ หากว่าพื้นฐานจะมองเหมาะสมกับเด็กๆในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการรู้ทันแล้วก็จัดแจงกับอารมณ์ตนเอง แต่ว่าสำหรับคนแก่ที่ผ่านร้อนหนาวของชีวิตมาก่อน ไม่ใช่แค่รู้เรื่อง แต่ว่าสามารถปลอบประโลมใจในวันที่บางอารมณ์เศร้าหมอง หรือปล่อยวางในบางอารมณ์ที่กำลังเดือดลนลานได้ ภาพยนตร์หัวข้อนี้มิได้สอน แม้กระนั้นดึงแล้วก็คาดคั้นประสบการณ์ร่วม ก่อนที่จะสะท้อนกลับมาสู่จิตใจ ให้ปฏิบัติหน้าที่คัดเลือกกรองรวมทั้งตีความหมายอีกรอบ

11. Anomalisa (2016) ‘บุคคลอื่น’ ที่ไม่เหมือนกันแบบเดียวกัน
มนุษย์เป็นอย่างไร ความเจ็บเป็นอย่างไร การมีชีวิตเป็นยังไง และก็เวลาพวกเรามีจำกัด โน่นเป็นสิ่งที่พวกเราลืม ประโยคต้นๆจากแบบอย่างภาพยนตร์แอนิเมชันหัวข้อนี้ที่ชักชวนให้พวกเราติดตามตัวนำอย่าง ไมเคิล สโตน ที่พบกับวิกฤตกลางคนไปจนกระทั่งจบ เพศชายที่พากเพียรดิ้นรนสืบหาความสบายภายใต้หน้ากาก พวกเราตามติดว่าในที่สุดแล้วเขาจะพบกับความสบายที่เรียกว่าอะไร ความรัก งานการ หรือครอบครัว พวกเราไม่บอก แต่ว่าเพียงแค่รู้ดีว่าการไม่หลอกตัวเองรวมทั้งเห็นด้วยให้ได้อาจเป็นยารักษาดวงใจที่เหมาะสมที่สุดแล้ว

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

มาเข้าครัว ปลุกความเป็นเชฟในตัวคุณ! ด้วยการดูหนังเกี่ยวกับการทำอาหาร

สงกรานต์ปีนี้ไม่ได้ออกบ้านไปไหน ดูหนังออนไลน์ เราจะขอชวนคุณเข้าครัวกัน เอาล่ะ เปิด เว็บดูหนังออนไลน์ มาดูหนังเกี่ยวกับการทำอาหาร ปลุกความเป็นเชฟในตัวคุณ! กันเถอะ รู้มั้ยว่า การนั่งดูหนังสักเรื่อง บ่อยครั้งนอกจากสร้างความบันเทิงแล้ว หากเป็นหนังที่ว่าด้วย ‘การทำอาหาร’ ไม่ว่าจะเป็นสัญชาติไหนๆ ก็ตาม ผู้กำกับมักมีวิธีสอดแทรกฉากทำอาหารเหล่านั้นออกมาได้พิถีพิถัน และมันก็สามารถทำให้ท้องผู้ชมร้องอยู่ตลอดเวลาระหว่างการชมได้เหมือนกัน วันนี้เราชวนทุกคนดูหนังออนไลน์อยู่บ้านที่เกี่ยวกับการทำอาหารที่มอบจะความบันเทิงได้เป็นอย่างดี และจะทำให้ท้องร้องได้อย่างง่ายดายอีกด้วย

1. นายไข่เจียวเสี่ยวตอร์ปิโด (2017)
ผลงานฝีมือคนไทยกับหนังตลกผลงานการกำกับโดย พี่โต๊ะ พันธมิตร ที่ครั้งนี้จับ ก้อง ห้วยไร่ มาลงจอภาพยนตร์ครั้งแรก ปะทะสิงโต นำโชค กับเรื่องไข่ๆ ไอเดียบรรเจิด ที่เอาไข่เจียวอาหารเด็ดของคนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกมาเป็นอีกหนึ่งตัวละคร ถ่ายทอดเรื่องราวฟูฟูไปด้วยเสน่ห์ของรอยยิ้มและเสียงหัวเราะในแบบอารมณ์ดีสุดๆ ของมิตรภาพกลุ่มเพื่อนที่มีไข่เจียวเป็นศูนย์กลางกับภารกินดัน “ไข่เจียวไทย” ไปเป็น “ไข่เจียวโลก” เพิ่มรสชาติความสนุก ระเบิดระเบ้อเสียงหัวเราะแบบไม่มีกั๊กด้วย บอล เชิญยิ้ม ระดมเหล่าศิลปินและซูเปอร์สตาร์สุดเซอร์ไพรส์อีกเพียบ รับรองว่าดูเรื่องนี้ได้ทั้งความฮา ความหิว และร้องโอ้โห !

2. เชฟจ๋า : Chef (2014)
ผลงานทุนต่ำของผู้กำกับ จอน เฟฟโร แห่ง Iron Man ที่คราวนี้พาผู้ชมไปสำรวจชีวิตของพ่อครัวแห่งภัตตาคารอาหารฝรั่งเศส ผู้ที่วันหนึ่งความซวยก็มาเยือนแบบไม่ทันตั้งตัว เมื่อเขาดันไปมีเรื่องกับนักวิจารณ์อาหารคนดัง จนเป็นเหตุให้ถูกไล่ออก เขาจึงตัดสินใจหาลู่ทางในชีวิตใหม่ ผลที่ได้คือการขับรถบรรทุกขายอาหารตระเวนไปรอบๆเมืองเพื่อสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆให้แก่ลูกค้าทั้งหลายที่แวะเวียนมาชิมฝีมือของเขา Chef เป็นเรื่องราวสนุกๆ ชวนประทับใจกับการออกเดินทางเพื่อพาชีวิตออกจากวงจรเดิมๆไปพบเจอสิ่งใหม่ๆแล้ว หนังยังมีฉากทำอาหารที่ชวนน้ำลายไหลแทรกอยู่เป็นระยะๆ

3. อุด้ง : Udon (2006)
แค่ชื่อเรื่องก็คงบอกชัดเจนแล้วว่านี่เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับอาหารประเภทเส้นที่เรียกว่า “อูด้ง” โดยนี่เป็นเรื่องราวของหนุ่มหน้าซื่อวัย 31 ปี นามว่า โคสุเกะ ที่หลังจากพบกับความผิดหวังในการไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ จนต้องหอบความฝันที่แตกสลายกลับบ้านเกิดในเมืองเล็กๆอันห่างไกล เมืองที่ขึ้นชื่อในการทำอูด้งที่โด่งดังไปทั่วประเทศญี่ปุ่น จากที่เคยมองข้ามอูด้ง แต่ตอนนี้ โคสุเกะ ก็ได้ความคิดใหม่ว่าอูด้งนี่แหละที่จะเป็นตัวเปลี่ยนชีวิตเขาและนั่นนำไปสู่การตะลุยค้นหาร้านอูด้งต่างๆ ตลอดจนการค้นลึกไปถึงทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเมนูอาหารนี้!! หนังไม่เพียงบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางตามหาตัวเองและวิ่งตามความฝันที่เรียบง่าย แต่ชวนให้ติดตาม แต่ทุกๆเมนูอูด้งที่โคสุเกะและเหล่าเพื่อนตระเวนไปลิ้มลองนั้นช่างเป็นภาพที่ยั่วการทำงานของกระเพาะอาหารอย่างที่สุด จนคุณต้องออกไปตามหาอูด้งมาทานบ้างทันทีที่ดูจบ

4. ระ-ทะ-ทู-อี่ พ่อครัวตัวจี๊ด หัวใจคับโลก : Ratatouille (2007)
“ไม่ว่าใครก็ทำอาหารได้” หนึ่งในข้อคิดอันยิ่งใหญ่จากแอนิเมชั่นยอดฮิต ฝีมือการกำกับของ แบรด เบิร์ด ชิ้นนี้ เรื่องราวของ เรมี่ หนูซึ่งอาศัยอยู่ในฝรั่งเศส ผู้ใส่ใจในเรื่องของอาหารการกิน จนกลายเป็นหนูที่แปลกกว่าหนูตัวไหนๆ ในกลุ่ม แต่วันหนึ่งเมื่อเขาพลัดพรากจากครอบครัว โดยมีแค่หนังสือทำอาหารของ กุสโตว์ เชฟมือทองของฝรั่งเศส ผู้มีร้านอาหารชื่อกุสโตว์อยู่ในปารีส ซึ่งหลังเดินทางยาวนาน เรมี่ก็มาถึงร้านอาหารที่เขาฝันถึงจนได้ ที่นี่เขาได้เจอกับมนุษย์หนุ่มชื่อ ลินกวินี่ ที่เพิ่งเข้ามาช่วยงานในครัวของร้านอาหารดังแห่งนี้ การเจอกันระหว่าง เรมี่ กับ ลินกวินี่ ที่เริ่มต้นด้วยความตื่นตกใจ และมาพร้อมๆกับความลับของมนุษย์กับเชฟหนูที่กำลังจะถูกเปิดเผยออกมาสู่โลกทั้งใบ

5. บิ๊กกุ๊กศึกโลกันตร์ : Le Grand Chef (2007)
นี่ไม่ใช่แค่การทำอาหาร แต่คือสงครามระหว่างสุดยอดพ่อครัวแห่งเกาหลี! เรื่องของของ 2 พ่อครัวนาม ซองซัน และ บองจู ที่ต้องมาแข่งทำอาหารชิงตำแหน่งสุดยอดพ่อครัว ซึ่งในอดีต ซองซัน เคยต้องพ่ายแพ้ให้กับ บองจู มาแล้ว แต่การแข่งขันครั้งใหม่นี้ นอกจากตำแหน่งอันสูงสุดของคนทำอาหารแล้ว ยังเป็นการพิสูจนว่าใครจะเป็นผู้เหมาะสมที่แท้จริงในการครอบครองมีดทำครัวโบราณ สมบัติล้ำค่าแห่งเกาหลีอีกด้วย สิ่งที่น่าสนใจของ Le Grand Chef นอกจากส่วนผสมของความตลกและดราม่าที่ลงตัวแล้ว ฉากการทำอาหารทั้งหลายในการแข่งขันแต่ละรอบ ที่ตัวละครเอกต้องทำตามโจทย์ก็ล้วนทำให้ผู้ชมต้องลุ้นไปพร้อมๆกับความหิวที่ค่อยๆก่อตัวขึ้น รวมถึงการออกตามหาสุดยอดเครื่องมือประกอบอาหารในตำนานอย่าง ถ่านไม้ สำหรับใช้ย่างอาหารในการแข่งขันรอบสำคัญที่ต้องลุ้นกันว่าใครจะเป็นผู้ตามหาได้เจอก่อนกัน

6. ปรุงชีวิต ลิขิตฝัน : The Hundred-Foot Journey (2014)
ตัวละครต่างๆในเรื่องนี้ ล้วนมีเส้นเรื่องแยกย่อยเป็นของตัวเอง แต่สิ่งที่นำทุกคนมารวมกันก็คือ “อาหาร” สำหรับ The Hundred-Foot Journey นั้นพาเราไปสำรวจในประเด็นที่ว่าอาหารเป็นมากกว่าความใส่ใจ แต่คือตัวบอกวัฒนธรรมที่น่าอัศจรรย์ ทั้งยังเป็นเรื่องของความทรงจำ ความรัก และความรู้สึก หนังเล่าถึงความขัดแย้งและการแข่งขันกันระหว่างร้านอาหารฝรั่งเศส และร้านอาหารอินเดียที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกัน แถมเรื่องก็วุ่นเข้าไปอีก เมื่อฮัสซานลูกชายฝั่งร้านอาหารอินเดีย เกิดปิ๊งกับ มาร์การีต ผู้ช่วยเชฟ ของฝั่งร้านอาหารฝรั่งเศส ท่ามกลางเรื่องรักๆแล้ว ฉากการทำอาหารจากเมนูสองสัญชาติก็ช่างถูกถ่ายทอดออกมาได้ชวนหิวเสียเหลือเกิน

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

แนะนำวิธีพูดชวนผู้ชาวต่างชาติที่เราชอบไปดูหนัง!!

สาวๆคนไหนกักตัวอยู่บ้านแล้วเบื่อ มี ดูหนังออนไลน์ เว็บดูหนังออนไลน์ ดีๆอยู่อย่างเช่น เว็บดูหนัง Moviedoofree.com แล้วอยากชวนผู้ชายสายฝอที่เราแอบชอบมาดูหนังเป็นเพื่อน แต่ไม่รู้จะพูดว่าอะไรดี? เราจะไม่นกอีกต่อไป..วันนี้เรามีประโยคง่ายๆ ที่พูดแล้วดูเป็นธรรมชาติ แบบเนียนๆ ไม่โป๊ะ ที่เราสามารถหยิบมาใช้เมื่อต้องการหลอกชวนแบบใสๆ ให้ผู้ฝรั่งมาดูหนังออนไลน์เป็นเพื่อนที่บ้านเรา (คุณผู้ชายก็เอาเอาไปใช้พูดชวนสาวฝรั่งได้เช่นกันนะ ) มาดู 5 ประโยคนี้กัน อย่ารอช้า! ช้าหมดระวังอดคนอื่นแย่งตัดหน้าไปก่อนนะ

1. Let’s go to the movies at my home. (เราไปดูหนังที่บ้านของฉันกันเถอะ)
คำว่า Let’s ย่อมาจาก Let us ซึ่งจะอยู่ต้นประโยคชักชวน เช่น
Let’s eat. (เรากินข้าวกันเถอะ) Let’s get married. (เราแต่งงานกันเถอะ)
Let’s hide Boom’s underwear so he can’t find them!
(เราซ่อนกางเกงในของบูมเอาไว้ในที่ที่เขาหาไม่เจอนะ)
ดังนั้น Let’s go to the movies. หมายถึง เราไปดูหนังกันเถอะ คำตอบคงเป็น Okay. ในความหมายว่า ตกลง หรือ โอเค หรือไม่ก็ Sorry, I can’t. (ขอโทษ ไปไม่ได้)
โครงสร้างประโยคแบบนี้ไม่ยาก และออกในหลายรูปแบบที่คล้ายกันเช่น Let’s see a movie. Let’s go see a movie. หรือ Let’s see a film tonight.

2. Why don’t we see a movie at my home? (เรามาดูหนังที่บ้านของฉัน..กันดีไหม)
คำว่า Why แปลว่า ทำไม และ Why don’t เป็นคำถามที่ออกในแนว “ทำไมคุณไม่ทำอะไรบางอย่าง” เช่น
Why don’t you like me? (ทำไมคุณถึงไม่ชอบหนู)
Why don’t you ever come to school on time? (ทำไมคุณไม่เคยมาโรงเรียนตรงเวลา)
ด้วยความหมายนี้ เราใช้ Why don’t you …? ในการชักชวนด้วย สูตรคือ Why don’t you และต่อด้วยสิ่งที่คุณอยากเสนอให้ทำ คงไม่ต้องบอกว่า ใช้ we แทน you ได้ เช่น
Why don’t we go to the movies tonight?
ถ้าแปลตรงตัวก็คือ ทำไมคืนนี้เราไม่ไปดูหนังกัน ฟังแล้วแปลก เพราะความหมายแท้คือ เราไปดูหนังกันเถอะ (ไม่ดีหรือ … ไม่ดีตรงไหน … ทำนองนี้)
สรุปว่า Why don’t we …? เป็นการชักชวนอีกคนหนึ่ง หรืออีกหลายคน ไปทำอะไรร่วมกัน เช่น
Why don’t we have dinner tonight? (คืนนี้เราทานข้าวด้วยกันดีไหม)
Why don’t we stop arguing? (เอาเป็นว่า เราเลิกทะเลาะกันดีไหม)
ส่วนเรื่องการชวนไปดูหนัง ก็ใช้
Why don’t we see a movie? Why don’t you and I go see a movie tonight?
Why don’t we have something to eat then see a movie? (เราไปทานข้าวและก็ดูหนังดีไหม)

3. What about going to the movies? (เอาเป็นว่า ไปดูหนังดีไหม)
คำถามที่เริ่มต้นด้วย What about …? เป็นการเสนอให้ทำอะไร หรือการชักชวนนั่นเอง มักจะเป็นภาษาพูด เช่น
What about lunch? (กินข้าวมื้อเที่ยงไหม) What about a drink? (ถึงเวลาดื่มอะไรสักอย่างดีไหม)
เราพูด What about a movie? ได้เพื่อเสนอว่า เราอยากไปดูหนัง เช่น
A: I’m bored. What can we do? (ฉันเบื่อ เราจะทำอะไรดี)
B: What about a movie? (เอาเป็นว่า ไปดูหนังดีไหม)
อีกรูปแบบหนึ่งคือ What about going to the movies? (What about + กริยา+ing) หรือ
What about seeing a movie? หรือ เอานำหน้าประโยคบอกเล่า จะทำให้มันเป็นคำถามที่ชวนไปทำอะไรบางอย่าง เช่น What about we go see a movie?
อย่างไรก็ดี What about มักเป็นการชักชวน จำไว้นะ

4. How about going to the movies? (เอาเป็นว่า เราไปดูหนังดีไหม)
เหมือนกับ What about …? เป๊ะเลย
คนไทยชอบใช้ How about ในการถามว่า อะไรบางอย่างเป็นอย่างไรบ้าง แต่ฝรั่งมักไม่ใช้อย่างนั้น สำหรับพวกเราแล้ว How about …? ใช้ในการเสนอ หรือ ชักชวนไปทำอะไร เช่น
How about being my girlfriend? (น้องจะเป็นแฟนผมดีไหม)
How about we meet at six? (เอาเป็นว่า เราเจอกัน 6 โมงเย็นดีไหม)
Would you like to see a movie? (คุณอยากไปดูหนังไหม)

5. Do you want to see a movie? (คุณอยากดูหนังไหม)
Do you want …? หมายถึง คุณต้องการไหม เหมือน Would you like …? ซึ่งหมายถึง คุณต้องการเหมือนกัน
Would you like …? ฟังแล้วสุภาพกว่า Do you want …? ไม่ได้หมายถึง Do you want …? ไม่ดี แล้วแต่สถานการณ์ อาจสรุปอีกอย่างหนึ่งว่า ถ้าอยากสร้างความประทับใจ (หมายถึง จีบคนนั้น) ใช้ Would you like …? แต่ถ้าเป็นเพียงเพื่อนสนิท Do you want …? ก็พอ
Do you want …? มักจะย่อเป็น Do you wanna …? หรือ Wanna …? เช่น
Do you wanna see a movie at my home?
Wanna see a movie? หรือ Wanna go to the movies tonight? (คืนนี้ไปดูหนังกันไหม)
Wanna catch a movie? (อยากดูหนังไหม … ในเชิงแสลงคำว่า catch หมายถึง ดู)

สุดท้ายนี้ สำหรับใครที่อยากชวนเพื่อนฝรั่งมาดูหนังออนไลน์ที่บ้าน เพราะคุณชอบเค้าคนนั้น บางทีอยากจะจีบ แต่ไม่ทราบว่า ควรพูดแบบไหนที่จะฟังแล้วเหมาะ ไพเราะ ไม่อันตราย และก็ได้ผล ลองเอาประโยคที่เราสอนใปใช้กันนะคะ ขอให้ทุกคนสมหวังดังปรารถนา ไม่นกกันถ้วนหน้านะคะ

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com